สำหรับการหารือครอบคลุม 5 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจงานดีและการยกระดับทักษะแรงงาน โดยกระทรวงแรงงานมุ่งเปลี่ยนผ่านประเทศจากอุตสาหกรรมพึ่งพาแรงงานราคาถูกไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านนโยบาย "เรียนได้งบ จบได้งาน" ร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยขอความร่วมมือจากธนาคารโลกในการประเมินผลและร่วมออกแบบโครงการนำร่อง 2. การยกระดับขีดความสามารถด้านข้อมูล การเตรียมจัดตั้งฐานข้อมูลแรงงานแห่งชาติภายในปี 2570 เพื่อรองรับระบบจับคู่งานอัจฉริยะ (Smart Job Matching) พร้อมขอรับการสนับสนุนจากธนาคารโลกในการพัฒนาเครื่องมือเตือนภัยตลาดแรงงาน และยกระดับศักยภาพบุคลากรในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก 3. การปฏิรูปการลงทุนกองทุนประกันสังคม เพื่อแก้ไขความเสี่ยงกรณีภาวะกองทุนมีความเสี่ยงที่จะหมดลงในช่วงปี 2594-2601 จากผลกระทบของสังคมสูงวัย กระทรวงแรงงานจึงรับฟังข้อเสนอแนะจากธนาคารโลกด้านการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ธรรมาภิบาลการลงทุน และการบริหารความเสี่ยงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน 4. การจัดทำ Thai Global Labor Opportunity Map โดยขอความร่วมมือจากธนาคารโลกในการสนับสนุนข้อมูลความต้องการแรงงานในตลาดโลก เพื่อวางแผนส่งออกแรงงานทักษะสูงอย่างเป็นระบบ และพัฒนาการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล 5. โครงการ Thailand Zero Dropout ในมิติแรงงาน โดยดำเนินการช่วยเหลือผู้หลุดออกจากระบบการศึกษา ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่ผ่านการยกระดับทักษะ และกลุ่มเยาวชนอายุ 15-17 ปี ผ่านการสร้างเส้นทางเรียนรู้และระบบฝึกงานที่มีคุณภาพ (Quality Apprenticeships) โดยนำกรณีศึกษาระดับสากลจากธนาคารโลกมาปรับใช้
ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงความเชี่ยวชาญระดับสากลมาสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างแรงงานไทย ให้มีความพร้อมในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับระบบแรงงานของประเทศในระยะยาว