Bitkub Exchange เผยยอดเปิดบัญชี KYB นิติบุคคลและสถาบัน เพิ่มขึ้น 70% ในรอบ 3 ปี

แม้ตลาดชะลอตัวแต่ยังมีการเปิดบัญชีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความสนใจภาคธุรกิจไทยต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

Tuesday 6 October 2026 15:01
Bitkub Exchange เผยยอดเปิดบัญชี KYB นิติบุคคลและสถาบัน เพิ่มขึ้น 70% ในรอบ 3 ปี

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการ Bitkub Exchange ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลจากกระบวนการ Know Your Business (KYB) ซึ่งเป็นบริการยืนยันตัวตนสำหรับลูกค้านิติบุคคลและสถาบัน พบว่า จำนวนการเปิดบัญชีที่เปิดสำเร็จมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 70% ระหว่างปี 2566-2568 และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 แม้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่จำนวนบัญชีนิติบุคคลที่ผ่านกระบวนการ KYB และเปิดสำเร็จอยู่ที่ 80 บัญชี คิดเป็นสัดส่วน 71.4% ของยอดรวมตลอดทั้งปี 2568 ที่ 112 บัญชี สะท้อนถึงความสนใจของภาคธุรกิจในการใช้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยวัตถุประสงค์ในการเปิดบัญชีกว่า 73.70% เพื่อการลงทุนและซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นสถิติการเปิดบัญชีเท่านั้น ไม่ได้บ่งชี้ทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต ซึ่งมีความผันผวนสูงและอาจปรับตัวลดลงได้

KYB คืออะไรและทำไมองค์กรเลือกเปิดบัญชีในนามนิติบุคคล

Know Your Business (KYB) คือกระบวนการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของนิติบุคคลก่อนเปิดบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างธุรกิจ ผู้มีอำนาจควบคุม ผู้มีอำนาจลงนาม ไปจนถึงวัตถุประสงค์การใช้งานบัญชี ต่างจาก KYC (Know Your Customer) ที่ใช้สำหรับบุคคลธรรมดา เนื่องจากธุรกรรมในนามบริษัทมีความซับซ้อนกว่าทั้งในเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น ผู้รับมอบอำนาจ และความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่ต้องตรวจสอบละเอียดกว่า

สำหรับองค์กรที่ผ่านกระบวนการนี้ ประโยชน์ที่ได้กลับไปไม่ได้มีแค่สิทธิ์การเข้าถึงบัญชี แต่ยังหมายถึงการมี "บัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายในนามนิติบุคคล" แยกออกจากบัญชีส่วนตัวของกรรมการหรือพนักงานอย่างชัดเจน ทำให้การบันทึกบัญชีและการตรวจสอบภายในมีความชัดเจนขึ้น บัญชีองค์กรยังได้รับการดูแล ทั้งด้านการยืนยันตัวตน และการช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการทำธุรกรรม ตลอดจนการทบทวนบัญชี ซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่มักเป็นอุปสรรคเมื่อธุรกิจต้องการทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

แม้ตลาดชะลอตัว แต่บัญชีนิติบุคคลและสถาบันที่เปิดสำเร็จยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลบัญชีนิติบุคคลและสถาบันที่เปิดสำเร็จและระบุวัตถุประสงค์การใช้งานทั้งหมด พบว่า 45.44% เปิดเพื่อการลงทุน และ 28.26% เปิดเพื่อซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมกันคิดเป็น 73.70% หรือเกือบ 3 ใน 4 ของบัญชีทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่เห็นในปี 2569 ที่องค์กรยังคงทยอยเปิดบัญชีอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ในช่วงตลาดชะลอตัว

ในขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาประเภทธุรกิจของลูกค้านิติบุคคลที่สามารถระบุประเภทธุรกิจและตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ พบว่า นอกเหนือจากกลุ่มธุรกิจทั่วไปแล้ว ยังมี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีจำนวนบริษัทเปิดบัญชีมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์, กลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล คริปโทเคอร์เรนซี และบล็อกเชน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง สะท้อนความหลากหลายของฐานลูกค้าองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นกับ Bitkub Exchange ตั้งแต่ธุรกิจที่มีความคุ้นเคยกับสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว ไปจนถึงอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มให้ความสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล

คุณศิต ทองสีนาค กรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า "พฤติกรรมของลูกค้านิติบุคคลนี้สะท้อนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังถูกมองในมิติที่กว้างขึ้น จากเดิมที่ตลาดอาจถูกขับเคลื่อนโดยนักลงทุนรายบุคคลเป็นหลัก ปัจจุบันเราเริ่มเห็นภาคธุรกิจเข้ามาศึกษาและใช้งานในหลากหลายวัตถุประสงค์มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการลงทุน การซื้อขาย และการประยุกต์ใช้เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ โดยในปีนี้ ตัวเลขบัญชีนิติบุคคลที่เปิดสำเร็จยังคงมีอย่างต่อเนื่องแม้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะอยู่ในช่วงชะลอตัว ชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจยังคงให้ความสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง องค์กรควรศึกษาความเสี่ยงให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ซึ่ง Bitkub Exchange พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดบัญชีแก่องค์กรที่สนใจ"

องค์กรที่สนใจเปิดบัญชีนิติบุคคลกับ Bitkub Exchange สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]

หมายเหตุ:

- คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้- ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือผลการดำเนินงานในอนาคต