สำหรับแนวทางการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เน้นความยืดหยุ่นและความร่วมมือในการกำกับดูแล (adaptive and collaborative supervision) การสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุนกับการสนับสนุนนวัตกรรม การเปิดรับฟังความเห็นและทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจตั้งแต่ระยะแรก เพื่อทำความเข้าใจเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่
ทั้งนี้ จากประสบการณ์ของประเทศไทยในการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน พบว่า การแปลงสินทรัพย์ทางการเงินให้อยู่ในรูปโทเคน (tokenization) สามารถลดต้นทุน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง และเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์เหล่านี้จะเห็นได้ชัดเมื่อมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยในช่วงเริ่มต้น ปริมาณการใช้งานยังมีน้อย ต้นทุนยังสูง และยังไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ สำนักงานจึงจำเป็นต้องมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการเรียนรู้จากการนำไปใช้จริง เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางการกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตลาดไทย ควบคู่กับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการกำกับดูแล รวมถึงการเสริมศักยภาพให้ผู้ลงทุนสามารถป้องกันตนเองได้
ขณะเดียวกัน มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนความร่วมมือในระดับสากลและภูมิภาคผ่าน IOSCO APRC และ ASEAN ACMF เพื่อรับมือกับความเสี่ยงข้ามพรมแดนและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569