นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพเด็กและป้องกันโรคอ้วน โดยผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 2 - 7 (พ.ศ. 2539 - 2568) พบว่า เด็กอายุ 1 - 5 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 11.0 และในเด็กอายุ 6 - 14 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 14.3 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนามาตรการคุ้มครองเด็กจากปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งต้องอาศัยหลักฐานทางวิชาการและคำนึงถึงบริบทของประเทศ
ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย โดย ดร.สุชีรา บรรลือสินธุ์ เจ้าหน้าที่วิชาการด้านโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกดำเนินนโยบายปกป้องเด็กจากผลกระทบของการตลาดอาหาร ตามข้อแนะนำ Policies to protect children from the harmful impact of food marketing ที่เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งมุ่งคุ้มครองเด็กทุกช่วงวัยจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน น้ำตาล หรือโซเดียมสูง รวมถึงการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล โดยการควบคุมการตลาดอาหารดังกล่าวเป็นมาตรการสำคัญที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางภายใต้แผนเร่งรัดการจัดการปัญหาโรคอ้วน (WHO Acceleration Plan to Stop Obesity) เพื่อป้องกันและจัดการปัญหาโรคอ้วน รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายแพทย์อรรถสิทธิ์ แดงมณี ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีการเสวนาเกี่ยวกับสถานการณ์โภชนาการเด็กไทย ความสำคัญของมาตรการปกป้องเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตลอดจนผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการตลาดต่อพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก พร้อมชี้แจงสาระสำคัญของร่างกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางการสื่อสารสังคมของภาคีเครือข่ายภายใต้แนวคิด "ร่วมปกป้องเด็กไทยจากการตลาดอาหารหวาน มัน เค็ม" และกิจกรรมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับรายละเอียดของร่างกฎหมาย เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็กไทยอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อจัดการปัญหาโรคอ้วนในเด็กไทยผ่านการสนับสนุนมาตรการคุ้มครองเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว