ทรู ชี้วิสัยทัศน์ขององค์กรผู้นำและผู้ตาม
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้วย AI ต้องเริ่มจากวิธีคิดของผู้นำ ควบคู่กับการปรับรูปแบบธุรกิจ และบทบาทบุคลากร ข้อมูลจาก Boston Consulting Group (BCG) ระบุว่า ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรผู้นำด้าน AI ใช้เวลาเรียนรู้ และทำงานร่วมกับ AI มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เทียบกับองค์กรผู้ตามที่ประมาณ 5 ชั่วโมง ขณะที่สัดส่วนบุคลากรที่ได้รับการยกระดับทักษะอยู่ที่ 70% และ 35% ตามลำดับ ผลศึกษา BCG Build for the Future 2025 ซึ่งสำรวจบริษัทชั้นนำ 500 แห่ง ยังพบว่า องค์กรผู้นำให้น้ำหนักกับการปรับกระบวนการธุรกิจ และสร้างนวัตกรรมใหม่ หรือ Reshape และ Invent รวมกันราว 80% ส่วนองค์กรผู้ตามยังแค่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเดิม
การใช้ AI ระดับพื้นฐาน หรือ Deploy ช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ประมาณ 10 - 20% ขณะที่การปรับกระบวนการหลัก หรือ Reshape เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้ 30 - 50% ส่วน Invent มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ โดย ซิกเว่เสนอ 3 แนวทาง ได้แก่
- Reimagine ใช้เทคโนโลยีสร้างความเป็นไปได้ใหม่ที่วิธีเดิมไปไม่ถึง
- Transform ปรับทุกกระบวนการ และพลิกวิธีการดำเนินธุรกิจทั้งโครงสร้าง
- Engage รวมพลังคน สร้างการมีส่วนร่วมพร้อมพัฒนาทักษะพนักงานทุกระดับ
ทรู จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ AI ส่วนกลางและตำแหน่ง Chief AI Officer เพื่อขับเคลื่อนการใช้งาน พร้อมตั้งเป้ายกระดับทักษะพนักงาน 100% ให้มีทักษะพื้นฐานด้าน AI บริษัทยังเปลี่ยนจากรายงานย้อนหลังสู่แพลตฟอร์มข้อมูลแบบเรียลไทม์ เชื่อมยอดขาย รายได้ ต้นทุน และการใช้งานเครือข่ายเข้ากับระบบแนะนำด้วย AI พร้อมแบ่งการบริหารเป็น Mini-CEOs ขับเคลื่อนการดำเนินงานกว่า 6,000 พื้นที่ย่อย ให้ผู้รับผิดชอบใช้ข้อมูลและคำแนะนำจาก AI ตัดสินใจ สู่การกระจายอำนาจบริหารบนพื้นฐานข้อมูล
AWS แนะปรับองค์กรรับ AI at Scale
โอลิวิเย่ ไคลน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัทอะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า ความท้าทายขององค์กรอยู่ที่การขยายการใช้ AI ให้เกิดผลทางธุรกิจ โดยต้องต่อยอดจากการลดต้นทุนไปสู่การออกแบบกระบวนการ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าใหม่ AI ยังผลักดันโครงสร้างองค์กรแบบรูปทรงพีระมิดที่เติบโตตามจำนวนพนักงาน สู่ทีมขนาดเล็กที่คล่องตัว และทำงานตามภารกิจ หรือ Mission-Driven Teams
AWS ใช้แนวคิด Two-Pizza Teams จัดทีมขนาดเล็กตามเป้าหมายงาน ช่วยลดเวลาส่งมอบจากหลายสัปดาห์เหลือไม่กี่วัน ขณะที่ AI เปิดให้บุคลากรที่ไม่มีทักษะเขียนโปรแกรมใช้ภาษาธรรมชาติพัฒนาเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ได้ บทบาทพนักงานจึงขยับจากผู้ปฏิบัติงานเฉพาะทางสู่ผู้สร้างผลิตภัณฑ์ หรือ Product Builders ซึ่งต้องใช้ความเข้าใจธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และดุลยพินิจควบคู่กับ AI
สำหรับไทย AWS มองเห็นโอกาสเพิ่มผลิตภาพในภาคท่องเที่ยว เกษตร สาธารณสุข และบริการภาครัฐ โดยฝึกอบรมทักษะ AI ให้บุคลากรไทยแล้วกว่า 160,000 คน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทักษะต้องเดินคู่กับการปรับกระบวนการและระบบงาน เพื่อให้ขยายการใช้งานได้จริง
หัวเว่ยเผย ไทยใช้ AI โตเร็ว โจทย์ใหญ่คือขยายผล
วินเซนต์ หลิว รองประธานธุรกิจไอซีที บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ระบุว่า ปริมาณการใช้ AI Token ในไทยช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายนเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม แต่ประชากรวัยทำงานที่ใช้ AI สม่ำเสมอยังมีเพียง 12.4% เทียบกับสิงคโปร์ที่ 60% สะท้อนช่องว่างในการเปลี่ยนความต้องการใช้งานให้เป็นผลิตภาพทางเศรษฐกิจ
หัวเว่ย ยังอ้างถึงมูลค่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์จำนวน AI Agents อาจแตะ 900,000 ล้านตัวในทศวรรษหน้า ทำให้โครงสร้างพื้นฐานต้องรองรับทั้งกำลังประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย ความปลอดภัย และการบริหารเอเจนต์จำนวนมาก บริษัทเสนอการใช้โมเดลโอเพนซอร์สที่ปรับแต่งด้วยข้อมูลองค์กรและบริบทท้องถิ่น โดยระบุว่ามีศักยภาพลดต้นทุนการขยายระบบ AI ได้เกือบ 50% พร้อมเน้นการเลือกโมเดลให้เหมาะกับภารกิจ ต้นทุน Token ความปลอดภัย และอธิปไตยทางข้อมูล หรือ Data Sovereignty สำหรับไทย การขยาย AI ต้องเข้าถึงภาครัฐ การเงิน สาธารณสุข การศึกษา การผลิต และพลังงาน เพื่อเชื่อมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกับการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ
ไมโครซอฟท์ชู "Frontier Firm" คนทำงานร่วม AI เอเจนต์
มาร์ค โซวซา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ไมโครซอฟท์ เอเชีย กล่าวว่า Agentic AI กำลังก่อให้เกิดองค์กรรูปแบบใหม่ หรือ Frontier Firm ซึ่งผสานมนุษย์และ AI Agents เข้ากับกระบวนการธุรกิจอย่างเป็นระบบ องค์กรต้องออกแบบการแบ่งหน้าที่ใหม่ โดยให้ AI Agents รับผิดชอบงานซ้ำ การวิเคราะห์ข้อมูล และงานหลายขั้นตอน ส่วนมนุษย์เน้นกำหนดกลยุทธ์ ตัดสินใจ และกำกับดูแลผลลัพธ์ การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่บทบาท Agent Boss หรือผู้จัดการ AI Agents ที่สามารถมอบหมายงาน ติดตามผล และประสานเอเจนต์หลายตัว ช่วยขยายขีดความสามารถโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน ความสำเร็จของ Frontier Firm จึงอยู่ที่การออกแบบงาน พัฒนาคน และวางระบบกำกับดูแลให้มนุษย์กับ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าจำนวนเอเจนต์ที่องค์กรนำมาใช้
อาลีบาบา คลาวด์ เปลี่ยน Token สู่รายได้
แอนดี้ ลี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อาลีบาบา คลาวด์ กล่าวว่า หัวใจของการเปลี่ยนผ่านคือการเปลี่ยน AI Token สู่ความสามารถในการวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้ ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) กำลังกลายเป็นเสมือน Source Code ยุคใหม่ เปิดให้ผู้ไม่มีทักษะเขียนโปรแกรมพัฒนาแอปพลิเคชันและควบคุม AI Agents ได้ บริษัทระบุว่า Agent Suite มีผู้ใช้ 13 ล้านคนภายในเดือนแรก มากกว่าครึ่งเป็นผู้ใช้ระดับองค์กร ขณะที่ 60% ของผู้ใช้เครื่องมือ Coder ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเอง
ตัวอย่างการลดต้นทุน ได้แก่ การผลิตวิดีโอคุณภาพสูงด้วยบุคลากรเพียงคนเดียวในต้นทุนต่ำกว่า 18 ดอลลาร์สหรัฐต่อคลิป และการใช้ AI Energy Expert ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุด 15%
ส่วนในไทย อาลีบาบา คลาวด์ มีศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ 2 แห่ง และร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ผ่าน True IDC เพื่อรองรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในประเทศ ขณะที่เครือข่ายร้านค้าของซีพีประมาณ 19,000 สาขา ทั้ง 7-Eleven, Makro และ Lotus's มีโอกาสใช้ AI Agents ตั้งแต่บริหารสินค้าและจัดซื้อ ไปจนถึงบริการลูกค้าระยะต่อไป บริษัทมองว่า AI Agents จะมีบทบาทสร้างรายได้ผ่าน Agent-ready Commerce ซึ่งเอเจนต์สามารถค้นหาสินค้า เปรียบเทียบข้อเสนอ และทำธุรกรรมแทนผู้ใช้ โดยอ้างถึงประมาณการมูลค่าการค้าและธุรกรรมผ่าน AI Agents ที่อาจสูงถึง 3 - 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030