PwC ประเทศไทย มองดาต้าเซ็นเตอร์ช่วยหนุนโอกาสเศรษฐกิจดิจิทัลไทย พร้อมแนะบริหารทรัพยากรอย่างสมดุลควบคู่การเติบโต

กรุงเทพฯ, 3 พฤศจิกายน 2569 - PwC ประเทศไทย ชี้ประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตโดดเด่นในเอเชียแปซิฟิก โดยคาดว่าเม็ดเงินลงทุนสะสมของไทยจะเพิ่มขึ้นแตะ 5 ล้านล้านบาทในปี 2593 โดยได้แรงหนุนสำคัญมาจากโครงสร้างพื้นฐาน AI และแนวคิด Digital Sovereignty ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Tuesday 3 November 2026 13:33
PwC ประเทศไทย มองดาต้าเซ็นเตอร์ช่วยหนุนโอกาสเศรษฐกิจดิจิทัลไทย พร้อมแนะบริหารทรัพยากรอย่างสมดุลควบคู่การเติบโต

นาย ณัฏฐ์ อัสดิษฐ์สกุล หุ้นส่วนสายงานดีลส์ บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า "ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากการขยายตัวของบริการคลาวด์และ AI โดยข้อมูลจากสำนักงานบีโอไอ พบว่าในปี 2568 มีโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์รวมถึง 36 โครงการ มูลค่า 7.28 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากนโยบายภาครัฐ เช่น Cloud First รวมถึงมาตรการส่งเสริมพลังงานสะอาดผ่าน Utility Green Tariff 2 ซึ่งเริ่มให้บริการแล้ว และการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์"

ทั้งนี้ รายงาน Global Data Centre Outlook 2026-50 ของ PwC ร่วมกับ Oxford Economics ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ใน 46 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก ระบุว่า การลงทุนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเม็ดเงินลงทุนสะสมในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มจาก 5.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 เป็น 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.06 ล้านล้านบาท[1] ภายในปี 2593 ขณะที่เม็ดเงินลงทุนสะสมทั่วโลกในช่วงปี 2569-2593 จะอยู่ที่ 31.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.06 พันล้านล้านบาท

โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Digital Sovereignty ตัวขับเคลื่อนหลัก

การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์จึงกำลังพัฒนาจากศูนย์จัดเก็บข้อมูลไปสู่ศูนย์ประมวลผลที่รองรับระบบ AI ขนาดใหญ่ พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบระบายความร้อน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถรองรับความต้องการใช้งานที่สูงขึ้น

ในขณะเดียวกัน แนวคิดอธิปไตยดิจิทัล หรืออธิปไตยทางไซเบอร์ (digital sovereignty) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการควบคุม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลภายในประเทศเอง ยังส่งผลให้เกิดความต้องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และสร้างความเชื่อมั่นแก่ธุรกิจและภาครัฐ

"ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคาดว่าเม็ดเงินลงทุนในภูมิภาคนี้จะเติบโตต่อเนื่อง ครอบคลุมการให้บริการคลาวด์และ data residency เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นาย ณัฏฐ์ กล่าว

นาย ณัฏฐ์ กล่าวเสริมว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ยังอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่รองรับบริการสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต เช่น อีคอมเมิร์ซและธนาคารดิจิทัล (digital banking) นอกเหนือจากแรงขับเคลื่อนของ AI และ digital sovereignty ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ภายในประเทศ รวมถึงเพิ่มทางเลือกด้านถิ่นที่อยู่ของข้อมูล (data residency) ให้แก่ภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐของไทย

แนะสร้างสมดุลการใช้ทรัพยากรพลังงาน น้ำ และดูแลชุมชนควบคู่การเติบโต

นาย ณัฏฐ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรและต้องอาศัยการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรอบคอบ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งหากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ความต้องการทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อทั้งชุมชนและภาคเกษตรกรรมได้

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของระบบผลิตและระบบส่งไฟฟ้า การเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดจนการกำหนดพื้นที่และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการรองรับการลงทุนกับการดูแลผลกระทบต่อชุมชนและภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ

"การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นโอกาสในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ แต่ความสำเร็จไม่ควรวัดจากมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่รองรับการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านการผลิตและส่งพลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กฎระเบียบ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และความรับผิดชอบต่อชุมชน หากเราวางแผนองค์ประกอบเหล่านี้อย่างเป็นระบบ การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จะสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมได้ในระยะยาว" นาย ณัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้าย