PPP Plastics ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การปฏิบัติ เปิดตัว Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน

สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics Association) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และองค์กรภาคีเครือข่าย จัดงาน PPP Plastics "Moving Towards a Circular Ecosystem in Thailand" ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อเดินหน้าสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ ผ่านการเปิดตัว Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน ที่สนับสนุนให้ภาคธุรกิจได้ร่วมเรียนรู้การดำเนินงานจริงก่อนกฎหมาย EPR มีผลบังคับใช้ ควบคู่กับการประกาศความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย และการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายจากประเด็นปฏิบัติที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนระบบ EPR อย่างยั่งยืนภายในงาน ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และ PPP Plastics ได้ร่วมแสดงความมุ่งมั่นและความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ

Friday 6 November 2026 13:58
PPP Plastics ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การปฏิบัติ เปิดตัว Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน

นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการผลักดันนโยบายและมาตรการจัดการขยะมูลฝอยและขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น การคัดแยกและรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการขับเคลื่อนกลไกการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) เพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าผลักดันนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะอย่างเป็นระบบโดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้าง Circularity Ecosystemของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายเชิญพร เต็งอำนวย รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประจำสำนักประธานโดยได้รับมอบหมายจาก คุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ร่วมแสดงจุดยืนเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Ecosystem) ของประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนขยะบรรจุภัณฑ์และพลาสติกให้กลับมาเป็นทรัพยากรใหม่ โดย ส.อ.ท. ได้บรรจุแนวคิดนี้ไว้ในนโยบายหลัก 5I (วาระปี พ.ศ. 2569 - 2571) มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านแบบครบวงจร (Circular Transformation) ผ่านบทบาทของสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ในการผลักดันระบบความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) พร้อมขับเคลื่อน4 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การพัฒนากลไก EPR ที่เหมาะสม การพัฒนาระบบเก็บกลับ การสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน และการส่งเสริมการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycle) ร่วมกับมาตรการจูงใจ ทั้งนี้ส.อ.ท. ยืนยันว่าระบบ EPR ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก โดยไม่ทิ้งผู้ประกอบการรายใดไว้ข้างหลัง

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะประธานเครือข่าย PPP Plastics และ นายกสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานมาของ PPP Plastics ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนจากวัสดุใช้แล้วและการจัดการขยะอย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านนโยบายและกฎหมาย ด้านโครงสร้างและนวัตกรรม ด้านการสื่อสาร และ ด้านการสร้างความร่วมมือ เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริงนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน ในฐานะเป็นองค์กรกลางมีความมุ่งมั่นในการสร้างกลไกโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการผนึกกำลังความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การขับเคลื่อนโยบายและการปฎิบัติเพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทยบนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล

หนึ่งในความคืบหน้าสำคัญของงานครั้งนี้ คือ การเปิดตัว Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน การสร้างเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบฐานข้อมูลอันเป็นกลไกสำคัญสำหรับการนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับไปรีไซเคิลตามกฎหมาย EPR โดย PPP Plastics ทำหน้าที่เสมือน "สนามซ้อมของฝ่ายปฏิบัติการ" เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ ได้ทดลองดำเนินงานเสมือนระบบ EPR มีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนากลไกที่จำเป็น และสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้ที่จะช่วยให้มีความพร้อมเมื่อประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ EPR ภาคบังคับในอนาคต
นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้กล่าวถึงการเปิดตัว Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน ในฐานะเป็นกลไกความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนระบบความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าร่วมรับผิดชอบการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค และสร้างความร่วมมือของผู้จำหน่าย ผู้รวบรวม และโรงงานรีไซเคิล ทั้งนี้ Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR จะเป็นกลไกต้นแบบในการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ภาคสมัครใจ พัฒนาระบบที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่รวมทั้ง เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการทุกระดับ รวมถึง SMEs เพื่อยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะประธานเครือข่าย PPP Plastics และนายกสมาคมฯ กล่าวว่าการเปิดตัว Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน เป็นการมุ่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคอย่างเป็นระบบ ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นและสามารถใช้ได้จริง โดย Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาต้นแบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบฐานข้อมูล และสร้างกลไกการขับเคลื่อนระบบ EPR อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1) การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจต่อกฎหมาย EPR 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ ด้วยการพัฒนาเครือข่ายและต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ3) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ 4) การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ 5) การร่วมสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมฯ ในการพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการ EPR ภาคสมัครใจ เพื่อเป็นข้อมูลให้ภาครัฐในการกำหนดนโยบาย กฎและระเบียบที่เกี่ยวข้องกลไกดังกล่าวจะเชื่อมโยงเครือข่ายผู้รวบรวมขยะ ศูนย์คัดแยกทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการรีไซเคิล และภาคธุรกิจ พร้อมพัฒนาระบบข้อมูลสำหรับติดตามและตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกลไกทางการเงินและระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้อีกหนึ่งความคืบหน้าภายในงาน คือ การประกาศความร่วมมือ "The Future of Thailand's Circular Ecosystem" ระหว่างองค์กรภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และเดินหน้าการจัดการขยะและขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในช่วงเสวนา PPP Plastics: "Moving Towards a Circular Ecosystem in Thailand" นำโดยตัวแทน PPP Plastics Taskforce Leader ได้กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานมา PPP Plastics ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนจากวัสดุใช้แล้วและการจัดการขยะอย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านนโยบายและกฎหมาย ด้านโครงสร้างและนวัตกรรม ด้านการสื่อสาร และ ด้านการสร้างความร่วมมือ เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริงนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือยังถูกต่อยอดผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ "PPP Plastics มุ่งสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการขยะอย่างยั่งยืน" ซึ่งระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแยกขยะจากแหล่งกำเนิด การเชื่อมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเข้าสู่ระบบ การพัฒนาเครือข่าย Material Recovery Facility (MRF) เพื่อสนับสนุน Circularity Alliance ระบบกลไกปฏิบัติการ EPR อย่างยั่งยืน และการสร้างอุปสงค์และมูลค่าให้กับวัสดุรีไซเคิลและผลิตภัณฑ์ PCR ผลจากการระดมความคิดเห็นจะถูกรวบรวมและพัฒนาเป็น ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งสนับสนุนการลดปริมาณขยะพลาสติก เพิ่มการรีไซเคิล สร้างมูลค่าให้กับพลาสติกใช้แล้ว และ พัฒนากลไกที่ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถดำเนินงานได้จริงในประเทศไทย