นายพงษ์ศักดิ์ เหล่ามานะเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กิจกรรม 'วิ่งสร้างเมือง' จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 9 ของการจัดงาน มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม ผ่านแนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คน สิ่งแวดล้อม และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่หล่อหลอมให้เมืองน่าอยู่ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของวิชาชีพสถาปนิก ซึ่งมุ่งออกแบบอาคารและพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชน
"ในปีนี้ คณะผู้จัดงานได้มอบรายได้จำนวน 300,093 บาท ให้แก่ชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อสนับสนุนการดูแลสัตว์จรจัดทั้งภายในและโดยรอบพื้นที่มหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การทำแผล การฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ ตลอดจนการติดตามอาการเมื่อสัตว์เจ็บป่วย เพื่อให้น้อง ๆ มีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งส่งเสริมจิตสำนึกด้านสวัสดิภาพสัตว์ให้แก่นิสิตและบุคคลทั่วไป ผ่านเพจของชมรมและการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ในสังคมเมือง"
นายกฤษณะ ธนะธนิต ประธานจัดงาน กล่าวว่า งาน 'วิ่งสร้างเมือง 2026' จัดขึ้นภายใต้แนวคิด 'Pet That Pet' (เพ็ท-ตัด-เพ็ท) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานของชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ ในการดูแลสัตว์จรจัดและสัตว์พิการ ทั้งการรักษาพยาบาล การทำหมันเพื่อลดจำนวนประชากรสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน รวมถึงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขและแมวจรจัด เพื่อให้สัตว์เหล่านี้ได้มีโอกาสใช้ชีวิตในบ้านที่อบอุ่นและปลอดภัย
"เราเชื่อว่าการขยายขอบเขตของความเมตตาไปยังเพื่อนร่วมเมืองสี่ขา คือส่วนหนึ่งของการร่วมกันสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกชีวิต ซึ่งเป็นเจตนารมณ์สำคัญของการจัดงาน 'วิ่งสร้างเมือง' ตลอดมา และในปีหน้าจะครบรอบ 10 ปีของการจัดงาน คณะผู้จัดงานก็ได้เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญ พร้อมสิ่งดี ๆ ให้ติดตามมากมาย ทั้งนี้ นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงมุ่งมั่นจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนสังคม และส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว