ตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งในประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย เมื่อเดือนมกราคม 2569 ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจฯ ในระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
ภายหลังจากประสานงานกับ ปปง. แล้ว ก.ล.ต. เห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีหลักการที่เป็นสาระสำคัญ ดังนี้
(1) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดนโยบายหรือขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและส่งข้อมูลการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อลูกค้า รวมทั้งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลธุรกรรม ข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้า เพื่อนำมาตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี
(2) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ต้องส่งข้อมูลธุรกรรม ข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอน พร้อมกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator)
(3) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการโอนหรือรับโอน DA ตามที่กำหนด
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า "การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเอาคืนทรัพย์สิน ตลอดจนเป็นการป้องกันมิให้มีการใช้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินผิดกฎหมาย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้นยังถือเป็นหนึ่งในการดำเนินการที่สำคัญของ ก.ล.ต. ซึ่งมุ่งเน้นในเชิงป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย ผ่านการยกระดับการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นสำหรับ
ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต."
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการข้างต้น โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1144 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjY0M0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: [email protected] [email protected] และ [email protected] จนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2569