สำหรับการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายประกาศดังกล่าว สนอ.ได้ประสานกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. เรื่องขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ กทม. ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ แจ้งว่า มีแผนที่จะจัดประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนปฏิบัติงานและการบังคับใช้กฎหมายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ในส่วนของ กทม. โดยจะมีหนังสือแจ้งมายัง กทม. ต่อไป
ทั้งนี้ สนอ. ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาและสารเสพติด รวมถึงกัญชา กัญชง กระท่อม บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเปราะบาง ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยให้ความรู้ร่วมกับสถานศึกษา สำนักงานเขต และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หรือผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวหากใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัญชาและข้อควรระวังในการใช้กัญชา เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หรือผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว หากใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม
นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมดูแลการใช้กัญชาในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. ว่า สนพ. เน้นการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อให้การใช้กัญชาอยู่ในกรอบของกฎหมายและวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น โดยประสานความร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. รวมถึงสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด ควบคู่กับเฝ้าระวังให้คำปรึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร) หากพบการกระทำผิดจะจัดส่งรายงานข้อมูลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศกระทรวงฯ เข้าดำเนินการระงับเหตุ หรือพักใช้ใบอนุญาตได้ทันที
ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญในการแยกแยะระหว่างการใช้ "เพื่อการแพทย์" และ "การใช้ที่ผิดกฎหมาย" รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ทั้ง 12 แห่ง ให้ความรู้การใช้กัญชา เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารสกัดสำคัญที่อยู่ในกัญชาเช่น THC และ CBD ซึ่งมีประโยชน์ทางการบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง แก้คลื่นไส้จากเคมีบำบัด หรือภาวะเบื่ออาหาร แต่มีข้อควรระวังเกี่ยวกับผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองในเด็ก อาการใจสั่น ประสาทหลอน และความเสี่ยงต่อโรคจิตเวชหากใช้เกินขนาด หรือใช้ผิดวิธี พร้อมเน้นย้ำ "กัญชาไม่ใช่ยาครอบจักรวาล" ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถปรึกษาการใช้ยา หรือกัญชาพบแพทย์ผ่านทาง Telemedicine แอปพลิเคชัน "หมอ กทม." ได้อย่างรวดเร็ว หรือโทรปรึกษาเรื่องสุขภาพ HOTLINE 1646 สายด่วนสุขภาพ สนพ. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง