สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะติดตามสัญญาณความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลก โดยในช่วงสุดสัปดาห์รายงานระบุว่าสหรัฐฯและอิหร่านอาจกำลังเข้าใกล้การขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน พร้อมกับพิจารณาแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นต่างๆยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ หากตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่ง แรงขายเงินดอลลาร์อาจถูกจำกัด
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเม.ย.ของไทย ทางด้านสภาพัฒน์รายงานจีดีพีไตรมาส 1/69 เติบโต 2.8% y-o-y และ 0.7% q-o-q สดใสกว่าที่ตลาดคาด จากการเร่งส่งออกก่อนความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ 10% ภายใต้มาตรา 122 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นสะท้อนเสถียรภาพทางการเมือง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาสปัจจุบัน แม้จะมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงฉุดรั้งการเติบโต ในภาวะเช่นนี้ เราคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ตลอดปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง