SNNP เร่งเครื่องการตลาดครึ่งปีหลัง ผนึกสินค้าใหม่-พันธมิตรแบรนด์ สร้างสีสันตลาด FMCG

SNNP เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดครึ่งปีหลัง ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจผู้บริโภค ควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เผยสถานการณ์ครึ่งปีหลังช่วงไฮซีซันของตลาด เป็นช่วงสร้างโอกาสการเติบโตให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั้ง "เบนโตะ" "เจเล่" ปรับเกมการสื่อสารเจาะผู้บริโภคผ่านครีเอเตอร์และคอนเทนต์ยุคใหม่ ชูเวียดนามตลาดเรือธง สร้างโอกาสการเติบโตในภูมิภาค คาดปีนี้สามารถเติบโตเทียบเคียงปีที่แล้ว

Monday 25 May 2026 11:03
SNNP เร่งเครื่องการตลาดครึ่งปีหลัง ผนึกสินค้าใหม่-พันธมิตรแบรนด์ สร้างสีสันตลาด FMCG

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่แปรผันและความท้าทายของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ที่ต้องเผชิญทั้งความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องราคาอีกต่อไป ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ทั้งด้านการพัฒนาสินค้า การบริหารต้นทุน และการสร้างแบรนด์ให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของตลาด

นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาด FMCG กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่แบรนด์ต้องแข่งขันกันด้วยความเข้าใจผู้บริโภคมากกว่าการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทุกการพัฒนาสินค้าและกิจกรรมทางการตลาดต้องเริ่มต้นจาก Consumer Insight ความเข้าใจผู้บริโภคเป็นสำคัญ

เข้าใจผู้บริโภค บริหารต้นทุน หัวใจสำคัญของการเติบโต

SNNP ยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาสินค้าและสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน บริษัทได้นำกลยุทธ์ Product Formulation Management มาใช้บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพและรสชาติของสินค้า เช่น การบริหารจัดการวัตถุดิบตามฤดูกาลที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่กระทบต่อประสบการณ์การบริโภคของผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทยังใช้โอกาสจากการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ และทบทวนรูปแบบโปรโมชันเดิม พร้อมทยอยปรับสินค้ากลับเข้าสู่ขนาดมาตรฐาน และลดการพึ่งพากลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่ใช้ส่วนลดหรือของแถมเป็นหลัก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้วยโปรโมชัน สู่การแข่งขันด้วยคุณค่าของแบรนด์

ปรับเกมการสื่อสาร เจาะผู้บริโภคผ่านครีเอเตอร์และคอนเทนต์ยุคใหม่

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการปรับแนวทางการสื่อสารจากการใช้พรีเซ็นเตอร์รายใหญ่ ไปสู่การทำงานร่วมกับ KOL, Creator และคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น

บริษัทมองว่าผู้บริโภคยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่มีความเป็นธรรมชาติและใกล้ตัว การสื่อสารผ่าน Creator จึงสามารถสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเตรียมพัฒนา Vlog Content และคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน

ต่อยอดแบรนด์ผ่านความร่วมมือและกิจกรรมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่

ในช่วงครึ่งปีหลัง SNNP เตรียมเดินหน้าสร้างความเคลื่อนไหวทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัวสินค้าใหม่และรสชาติใหม่ ๆ ความร่วมมือระหว่างแบรนด์ รวมถึงการผนึกพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยจะมีทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ "เจเล่ เยลลี่ โซดา" การพัฒนาสินค้าร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ การต่อยอดแบรนด์ "เบนโตะ" ผ่านความร่วมมือกับลิขสิทธิ์ระดับโลก ตลอดจนการผลักดันแคมเปญ "เผ็ด เลเวล" และกิจกรรมทางการตลาดที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ของคนรุ่นใหม่

"ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการประสบการณ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา ทั้งความร่วมมือระหว่างแบรนด์ การนำลิขสิทธิ์ที่มีฐานแฟนคลับแข็งแรงมาเชื่อมโยงกับสินค้า หรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจเฉพาะกลุ่ม ล้วนเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ใกล้ชิดมากขึ้น" นายวิโรจน์ กล่าว

ชูเวียดนามตลาดเรือธง สร้างโอกาสการเติบโตในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมยกระดับประเทศเวียดนามสู่ "Flagship Market" หรือ ตลาดเรือธงสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค หลังจากสามารถปรับโครงสร้างและแก้ไขระบบการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายได้สำเร็จ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในตลาดดังกล่าวมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านจำนวนประชากร กำลังซื้อของผู้บริโภครุ่นใหม่ และพฤติกรรมการบริโภคที่สอดคล้องกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท จึงพร้อมก้าวขึ้นเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดการเติบโตในอนาคต

"แม้ในช่วงครึ่งปีแรกอุตสาหกรรม FMCG จะเผชิญปัจจัยท้าทายรอบทิศ แต่ SNNP มั่นใจว่าจากการปรับกลยุทธ์ทั้งการควบคุมต้นทุนภายใน และการรุกตลาดด้วยแคมเปญที่สดใหม่ ตรงกลุ่มเป้าหมาย จะส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน ฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิมที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน" นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย