OutSystems เปิดตัวระบบ Open Agentic Systems สำหรับ AI ระดับองค์กร

แพลตฟอร์มแบบเปิดช่วยปกป้องลูกค้าองค์กรจากการผูกขาดเทคโนโลยี LLM ด้วยระบบการทำงานที่ปลอดภัยและมีการกำกับดูแล เพื่อรองรับนวัตกรรมด้าน Agentic AI ได้อย่างมั่นใจ

Friday 5 June 2026 09:14
OutSystems เปิดตัวระบบ Open Agentic Systems สำหรับ AI ระดับองค์กร

OutSystems แพลตฟอร์ม Agentic Systems ชั้นนำ ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านผลิตภัณฑ์ พันธมิตร และความสำเร็จของลูกค้า ภายในงานประชุม ONE Conference 2026 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม

วันนี้ OutSystems ได้เปิดตัว Agentic Systems Platform ซึ่งขับเคลื่อนด้วย OutSystems Enterprise Context Graph โดยความสามารถใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้จะมอบเครื่องมือที่องค์กรยุคใหม่ต้องการ เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ (AI-native) ขณะเดียวกันยังคงรักษาความเป็นอิสระและการควบคุมที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ การดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

OutSystems ยังได้ประกาศเปิดตัว OutSystems Agent Experience ซึ่งเป็นเลเยอร์ใหม่ของแพลตฟอร์มที่เปิดให้เข้าถึงชุดเครื่องมือและบริการ A2A (Agent-to-Agent) และ MCP (Model Context Protocol) ที่นักพัฒนาองค์กรสามารถเชื่อถือได้ สำหรับการสร้าง ประสานการทำงาน และกำกับดูแลพอร์ตโฟลิโอของระบบ Agentic ภายในองค์กรภายในงาน ONE ที่จัดขึ้นในวันนี้ OutSystems ได้เปิดให้ใช้งานบริการชุดแรกแล้ว ครอบคลุมความสามารถด้าน การพัฒนาโค้ดด้วย AI Agent (Agentic Coding) การเผยแพร่แอปพลิเคชัน (Publishing) และ การขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม (Platform Extensibility) ความร่วมมือที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องกับ AWS ยังช่วยเพิ่มขอบเขตการใช้งานของ OutSystems Agentic Systems Platform ให้กว้างขึ้น โดยในอนาคตจะมีการรองรับผู้ให้บริการคลาวด์อธิปไตย (Sovereign Cloud) รายอื่น ๆ ในยุโรปเพิ่มเติมอีกด้วย นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (Distributed Architecture) รุ่นใหม่ของแพลตฟอร์ม ซึ่งมาพร้อมกับ การแยกสภาพแวดล้อมการทำงาน (Runtime Isolation) อย่างสมบูรณ์ และ ความสามารถในการโฮสต์ระบบด้วยตนเอง (Self-Hosting) ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการและประสานการทำงานของเวิร์กโหลด AI ได้ในทุกสภาพแวดล้อม ตามข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูลและกฎระเบียบที่องค์กรต้องการปฏิบัติตาม

"ท่ามกลางตลาด AI ที่มีความกระจัดกระจายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ผู้นำองค์กรต่างตระหนักว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีทั้งอำนาจต่อรองและการควบคุม เพื่อรักษาความได้เปรียบและปกป้องผลกำไร องค์กรจำเป็นต้องแยกตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic) และข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนออกจากผู้ให้บริการ AI รายใดรายหนึ่ง" คุณวู้ดสัน มาร์ติน (Woodson Martin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OutSystems กล่าว "Agentic Systems Platform ของเรามอบแพลตฟอร์มแบบเปิดและเป็นกลาง เพื่อให้องค์กรมีทางเลือกและสามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ประสิทธิภาพ หรือการบริหารต้นทุน ลูกค้าของเราสามารถทำงานร่วมกับโมเดลและเครื่องมือล่าสุดทั้งหมดได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างระบบปฏิบัติการหลักใหม่ทุกครั้ง ในขณะที่โลกธุรกิจกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรากำลังช่วยให้ CEO และ CFO ยังสามารถควบคุมอนาคตขององค์กรได้"

ภายในงานประชุมระดับโลก ONE Conference ลูกค้าองค์กรต่าง ๆ รวมถึง Dutch Red Cross, Butler Plus และ AllianceCorp Manufacturing ได้ร่วมแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการดำเนินงานด้าน Agentic AI ขององค์กรตนเอง

"ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรแบบ Agentic จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของเราอย่างสิ้นเชิง" คุณไมค์ ชมิตท์ (Mike Schmitt) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Butler Plus กล่าว "เราไม่ได้ใช้ AI สำหรับงานเฉพาะจุดอีกต่อไป แต่กำลังนำเอาเอเจนต์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมาใช้กับกระบวนการที่มีความสำคัญต่อภารกิจหลักขององค์กร (Mission-critical Processes) พร้อมทั้งยังคงรักษามาตรฐานด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้าน Compliance อย่างเข้มงวด"

การประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญภายในงาน ONE Conference 2026

นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นบน Agentic Systems Platform เหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับและเตรียมความพร้อมให้โครงสร้างเทคโนโลยีองค์กรรองรับอนาคต (Future-proof) ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ วิศวกรรมระบบ Agentic (Agentic Systems Engineering), การบริหารจัดการองค์กรแบบ Agentic (Agentic Enterprise Orchestration) และโซลูชันอุตสาหกรรมแบบ Agentic (Agentic Industry Solutions)

วิศวกรรมระบบ Agentic (Agentic Systems Engineering): วันนี้ OutSystems ได้ขยายขีดความสามารถด้าน Agentic Systems Engineering ผ่านการพัฒนาบริการใหม่ภายใต้ Agent Experience ซึ่งมาพร้อมการผสานการทำงานแบบเนทีฟกับ Kiro (ซึ่งเป็น Agentic Development Environment จาก AWS) เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง บริหารจัดการ และกำกับดูแลเอเจนต์และแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์ม OutSystems ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ OutSystems ยังเปิดตัว Legacy Modernization Services ที่ขับเคลื่อนด้วย AWS Transform ซึ่งมอบกระบวนการอัตโนมัติสำหรับการย้ายระบบเดิม (Legacy Systems) ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอย่าง COBOL และ Lotus Notes ไปสู่ระบบ Agentic ที่มีประสิทธิภาพสูงบริการพัฒนา Kiro และ Legacy Modernization Services พร้อมเปิดให้ลูกค้าบางส่วนใช้งานในรูปแบบพรีวิว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

การบริหารจัดการองค์กรแบบ Agentic (Agentic Enterprise Orchestration): วันนี้ OutSystems ได้เปิดตัว Agentic Enterprise Orchestration ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Enterprise Context Graph และผสานความสามารถของ Amazon Bedrock โดยถือเป็นวิวัฒนาการขั้นถัดไปของ Agent Workbench ที่ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบ บริหาร Orchestration และกำกับดูแลแรงงาน AI agents. ที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ Agentic Enterprise Orchestration เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ พร้อมความสามารถขั้นสูงสำหรับองค์กร ได้แก่ การประเมินประสิทธิภาพเอเจนต์ (Advanced Agent Evaluations), ระบบ Guardrails ที่แม่นยำ, Semantic Search แบบบูรณาการ และการรองรับ Amazon Bedrock ที่ลึกยิ่งขึ้นในระดับองค์กรโซลูชันนี้ผสานเลเยอร์บริบทการดำเนินงานแบบไดนามิกของ OutSystems เข้ากับชุดเครื่องมือบริหารจัดการโมเดล AI ของ Amazon เพื่อให้องค์กรสามารถเข้าถึงโมเดลที่มีทั้งประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่าด้านต้นทุนมากที่สุดความสามารถใหม่ในระดับ General Availability (GA) เหล่านี้พร้อมเปิดให้ลูกค้าปัจจุบันใช้งานได้แล้ววันนี้ผ่าน Agent Workbench

โซลูชันอุตสาหกรรมแบบ Agentic (Agentic Industry Solutions): OutSystems ยังได้เปิดตัวโซลูชันด้านธนาคารแบบครบวงจรสำหรับกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ (Banking Solution for Loan Origination) ซึ่งถือเป็นโซลูชันแรกในกลุ่ม Agentic Industry Solutions ที่ OutSystems และพันธมิตรกำลังพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต ด้วยการช่วยให้องค์กรสามารถนำเทคโนโลยี Agentic AI ขั้นสูงไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โซลูชันเหล่านี้จึงช่วยลดความเสี่ยงในการนำ AI มาใช้ พร้อมเร่งการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Time-to-Value) ได้อย่างมีนัยสำคัญ โซลูชันดังกล่าวยังใช้ประโยชน์จาก Amazon Bedrock ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงคลังโมเดลเฉพาะทางตามอุตสาหกรรม (Domain-specific Models) เช่น โมเดลที่ได้รับการฝึกสำหรับงานด้านการเงิน กฎหมาย หรือกรณีใช้งานเฉพาะอย่างการประมวลผลเอกสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนในการใช้งานระดับองค์กรได้ดียิ่งขึ้น นักพัฒนาที่สนใจสามารถเริ่มต้นใช้งาน OutSystems Banking and Financial Services Agent Kit ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยโซลูชันธนาคารแบบครบวงจรตัวแรกจะพร้อมเปิดให้ใช้งานในช่วงต้นไตรมาส 3 ปีนี้