รศ.วิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีการหารือแนวทางการบริหารงบประมาณและการสร้างรายได้เพื่อรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้าง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตรสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ตลอดจนการเพิ่มบทบาทด้านบริการวิชาการ งานวิจัย และการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับมหาวิทยาลัยในระยะยาว โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัยฯ รศ.พิเศษ ดร.กฤษฎา เสกตระกูล กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ทรงคุณจากภาครัฐและภาคเอกชนในจ.ตาก ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน โดยผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอให้มหาวิทยาลัยนำจุดแข็งของจังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน มาใช้กำหนดทิศทางการจัดการศึกษาและการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะในสาขาโลจิสติกส์ การค้าชายแดน เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และการบริหารธุรกิจ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะตรงกับความต้องการของพื้นที่และภูมิภาค
"ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำข้อเสนอการจัดตั้งคณะ และกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่การเป็นวิทยาเขตตาก ที่มีความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการ การจัดการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน ตลาดแรงงาน ภาคธุรกิจและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดตากและพื้นที่ใกล้เคียงในอนาคต" รศ.วิเชษฐ์ กล่าว.