กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นภายใต้แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม กระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์มากขึ้น โดยข้อมูลการประเมินทิศทางตลาดระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 75% ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้ และมีแนวโน้มยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน
ภายในงานมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่ผ่านการคัดเลือกและพัฒนาโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมการแปรรูปสมัยใหม่และสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน ซึ่งได้รับการยกระดับด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและช่องทางโมเดิร์นเทรด
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรงผ่านกิจกรรมชม ชิม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการกับกลุ่มธุรกิจโมเดิร์นเทรด เพื่อเปิดโอกาสในการเจรจาทางการค้า ขยายช่องทางจำหน่าย และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของยอดขายให้แก่วิสาหกิจชุมชนและ SME ประมาณ 15-20% ในไตรมาสถัดไป รวมทั้งช่วยเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและตลาดสากล
การจัดงาน "DIPROM Local CONNEXT: Supply to Chain" สะท้อนถึงบทบาทของดีพร้อมในการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรแปรรูป และปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ตลอดจนสร้างเครือข่ายทางการตลาดที่ช่วยให้ธุรกิจชุมชนเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน