WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 ดัน ESG Products แตะ 40% ปักเป้าสู่ 60% ขยายทางเลือกวัสดุยั่งยืน รองรับเทรนด์ Green Building

บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ผู้นำเข้าวัสดุตกแต่งพื้นและผนังระดับพรีเมียม เปิดเผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG ในปี 2026 โดยเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์กลุ่ม ESG Products แตะ 40% พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 60% เพื่อขยายทางเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ดีไซน์ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รองรับความต้องการของสถาปนิก นักออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืน

Tuesday 22 September 2026 17:31
WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 ดัน ESG Products แตะ 40% ปักเป้าสู่ 60% ขยายทางเลือกวัสดุยั่งยืน รองรับเทรนด์ Green Building

นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า WDC ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุตกแต่งที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ดีไซน์ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำแนวทางดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้วัสดุที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแต่ละโครงการมากขึ้น

"เป้าหมายของเราไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้วัสดุที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นทางเลือกที่นำไปใช้งานได้จริง มีดีไซน์หลากหลาย และเข้าถึงได้มากขึ้น การเพิ่มสัดส่วน ESG Products จาก 40% ไปสู่ 60% จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนให้สถาปนิก
นักออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการสามารถพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมควบคู่กับคุณภาพและประสิทธิภาพของวัสดุตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ" นายบัณฑิตกล่าว

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ESG ของ WDC ได้รับการรับรองจากองค์กรระดับนานาชาติ แตกต่างกันตามประเภทและรุ่นสินค้า ได้แก่ Singapore Green Label, การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม Environmental Product Declaration (EPD) ที่ผ่านการตรวจสอบโดย SCS Global Services จากสหรัฐอเมริกา และ Global GreenTag GreenRate Level A ซึ่งเป็นการรับรองล่าสุดในปี 2026 ครอบคลุมมิติด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยปัจจุบัน WDC มีผลิตภัณฑ์กระเบื้องที่ได้รับ EPD มากกว่า 800 รายการ จากการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องกว่า 5 ปี และตั้งเป้าเพิ่มเป็นกว่า 3,000 รายการภายในปี 2030

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าว คือ การผลิตในเอเชีย และนำเสนอภายใต้โครงสร้างราคาเอเชีย ซึ่งช่วยให้วัสดุที่มีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมรองรับเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้กว้างขึ้น พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในโครงการหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสนับสนุนโครงการอาคารเขียว หรือ Green Building โดยเพิ่มทางเลือกให้สถาปนิก นักออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการสามารถคัดเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งงานออกแบบ ประสิทธิภาพการใช้งาน และเป้าหมายด้านความยั่งยืน

ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ในกลุ่ม ESG Products ได้แก่ ซีรีส์ MURALE สี Charcoal Bay และ Quarry Gray, ENZO สี Sand, MATERA STONE สี Beige, SONOSAND สี Powdery Shore และ POLAR สี Black Frost ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกวัสดุตกแต่งพื้นและผนัง ที่ผสานทั้งด้านดีไซน์ คุณภาพ และการใช้งานสำหรับโครงการรูปแบบต่าง ๆ

"WDC เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจควรดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทจึงมุ่งคัดสรรวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพระดับสากล พร้อมผ่านการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งงานออกแบบ ประสิทธิภาพการใช้งาน และความรับผิดชอบต่อโลก" นายบัณฑิตกล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์และข้อมูลการรับรองได้ที่โชว์รูม WDC ทุกสาขา หรือผ่านเว็บไซต์ www.wdc.co.th Facebook: WDCThailand LINE Official Account: WDC Instagram: wdc_thailand และ TikTok: wdc_thailand