การนำกรีนดีเซล HVO มาใช้กับยานพาหนะรับส่งภายในงานครั้งนี้นับเป็นการใช้งานจริงครั้งแรกของ HVO ที่ผลิตในประเทศไทย โดย HVO เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการนำเข้าน้ำมัน และเพิ่มการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ ผลิตจากหน่วยผลิตเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ซึ่งสามารถปรับกระบวนการและแยกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งทางถนนและทางอากาศ มีน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ การใช้ HVO ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2.58 kgCO2e (กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) ต่อ 1 ลิตร ดังนั้น HVO 1,000 ลิตรที่นำมาใช้กับยานพาหนะรับส่งภายในงานจึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2.58 tCO2e (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทบางจากยังรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากภายในงาน ผ่านโครงการ "Fry to Fly" เพื่อนำไปผลิต SAF อีกด้วย
การนำ HVO ที่ผลิตในประเทศไทยมาใช้กับยานพาหนะรับส่ง ควบคู่กับการรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วไปผลิต SAF เชื่อมโยงการเดินทางทั้งทางถนนและทางอากาศเข้ากับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และสะท้อนแนวคิด "From Lab to Life" ผ่านการนำวัตถุดิบ เทคโนโลยี และศักยภาพการผลิตของประเทศมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน
งาน "KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569" จัดโดย สจล. เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้สนใจด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้นวัตกรรมจากผลงานวิจัยที่นำมาประยุกต์ใช้ได้จริง ผ่าน 10 พาวิลเลียนนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด "From Lab to Life" ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 ณ สจล.