ปัจจุบันนวัตกรรมด้านดิจิทัลมีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบนิเวศทางการเงินของประเทศ ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เกิดมีแหล่งข้อมูลใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการชำระเงินดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ บริการฟินเทค และแพลตฟอร์มออนไลน์ ความท้าทายในปัจจุบันจึงอยู่ที่การรวมข้อมูลที่มีอยู่มากมายมาใช้มาใช้เชื่อมโยงกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบข้อมูลเครดิต สนับสนุนการตัดสินใจด้านสินเชื่อบนพื้นฐานของข้อมูล และส่งเสริมการเข้า ถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า "การนำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาใช้จะช่วยเพิ่มมุมมองในการประเมินความน่าเชื่อถือของผู้กู้ให้มีความรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แรงงานนอกระบบ และ MSMEs ที่มีประวัติข้อมูลเครดิตจำกัด โดยข้อมูลจากการชำระเงินและธุรกรรมทางธุรกิจสามารถนำมาใช้ประกอบการประเมินศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ และช่วยให้ผู้ให้บริการสินเชื่อสามารถประเมินและตัดสินใจให้สินเชื่อได้อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการผลักดันการใช้ MOF Data Lake และ Ari Score เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลทางเลือกมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมและเข้าสู่ระบบการเงินได้มากขึ้น ภายใต้หลักความโปร่งใส การใช้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับประชาชนและภาคธุรกิจได้มากขึ้น"
ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า "ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเงินของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ระบบข้อมูลเครดิตจำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น การใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) สามารถเข้ามาเสริมข้อมูลเครดิตที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และช่วยให้การประเมินคะแนนเครดิตให้มีความรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับ MSMEs และผู้ที่มีประวัติสินเชื่อจำกัด อย่างไรก็ตาม ในการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ สิ่งสำคัญคือความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการประมวลผลที่แม่นยำ NCB มุ่งสนับสนุนการใช้
ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อยกระดับการประเมินสินเชื่อ ขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และร่วมสร้างระบบการเงินที่มีความมั่นคงในระยะยาว"
การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นบทบาทของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเข้าถึงบริการทางการเงิน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การกำกับดูแลข้อมูล และความโปร่งใสของตลาด สำหรับ MSMEs จำนวนมาก ข้อมูลที่สะท้อนกิจกรรมและการดำเนินธุรกิจอาจยังมีไม่ครบถ้วนในระบบข้อมูลเครดิตแบบเดิม การนำ Alternative Data มาใช้อย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลการชำระเงิน กิจกรรมทางการค้า และข้อมูลจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ จึงสามารถเข้ามาเสริมข้อมูลเครดิตในปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้เห็นภาพความน่าเชื่อถือทางเครดิตได้รอบด้านมากยิ่งขึ้น
Mr. Francesco Strobbe, Practice Manager - Finance, Competitiveness & Innovation, World Bank Group กล่าวว่า "Alternative Data สามารถช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยช่วยให้มองเห็นศักยภาพและข้อมูลของธุรกิจที่อาจถูกมองข้ามจากแนวทางการประเมินสินเชื่อแบบเดิม อย่างไรก็ตาม คุณค่าที่ยั่งยืนของ Alternative Data ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการนำข้อมูลดังกล่าวมาบูรณาการเข้ากับระบบข้อมูลเครดิตในภาพรวม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ การคุ้มครองผู้บริโภค และเสถียรภาพของภาคการเงิน"
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากการหารือคือการเปลี่ยนรูปแบบของปัญหา "ข้อมูลไม่เพียงพอ" ไปสู่ปัญหา "ข้อมูลกระจัดกระจาย" แม้ว่าข้อมูลที่ เกี่ยวข้องจะมีอยู่มากขึ้นในธนาคาร บริษัทข้อมูลเครดิต ระบบการชำระเงิน ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล และแพลตฟอร์มต่าง ๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้มักแยกอยู่ในแต่ละระบบ ทำให้การประเมินความน่าเชื่อถือด้านสินเชื่อของผู้กู้ ที่มีศักยภาพทำได้ไม่เต็มที่ ผู้เข้าร่วมจึงได้หารือถึงแนวทางการนำ Alternative Data มาเสริมกรอบข้อมูลเครดิตที่มีอยู่ เพื่อยกระดับการประเมินสินเชื่อ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่ง ให้ภาคการเงินสามารถ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
Mr. David Thomas, Deputy Head of Mission, British Embassy Bangkok กล่าวว่า "Alternative Data สามารถเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับ MSMEs ได้ แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน จำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกรอบการกำกับดูแลที่พัฒนาไปพร้อมกับนวัตกรรม โดยคำนึงถึงบริบทของตลาดในแต่ละประเทศ"
EIP ในฐานะส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการทางการเงินในอาเซียนผ่านเสาหลักด้านบริการทางการเงิน สนับสนุนการวิจัยระดับภูมิภาคและการหารือเชิงนโยบายเกี่ยวกับ Alternative Data และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ MSMEs โดย Ms. Katja Silva-Leander, Managing Director, Cadmus International UK Limited กล่าวว่า "Alternative Data มีศักยภาพในการเสริมความแข็งแกร่ง ให้ระบบนิเวศด้านสินเชื่อ และขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนการนำ ประสบการณ์จากอาเซียน และนานาชาติมาแลกเปลี่ยนร่วมกันจะช่วยให้เกิดการศึกษาแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง และมีความรับผิดชอบ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการและบริบทที่แตกต่างกันของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค"
การเสวนาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันระหว่างระบบ การกำกับดูแลข้อมูลที่เข้มแข็ง ความพร้อมด้านกฎระเบียบ และประสิทธิภาพในการกำกับดูแล เพื่อให้นวัตกรรมนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสินเชื่อที่ยั่งยืน ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่า Alternative Data และข้อมูลเครดิตที่สามารถใช้ร่วมกันระหว่างระบบจะช่วยให้ MSMEs ไม่เพียงเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะแรก แต่ยังสามารถสร้างประวัติทางการเงินที่นำไปใช้ต่อเนื่องได้ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึง และมีส่วนร่วมในระบบการเงินอย่างเป็นทางการในระยะยาว